ปรึกษานักจิตวิทยา ความเครียด เป็นยังไง? อาการที่พึงสังเกตรวมทั้งผลพวงต่อชีวิตประจำวัน
(https://static.wixstatic.com/media/e4f607_9f3634010ab1459bb2a3f81593c4174c~mv2.png/v1/fill/w_740,h_740,al_c,q_90,usm_0.66_1.00_0.01,enc_avif,quality_auto/e4f607_9f3634010ab1459bb2a3f81593c4174c~mv2.png)
ความเครียดเป็นปฏิกิริยาธรรมดาของร่างกายและจิตใจเมื่อจะต้องเผชิญแรงกดดัน การเปลี่ยนแปลง หรือสถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้พลังสำหรับในการปรับพฤติกรรม แต่เมื่อความเครียดเกิดขึ้นสม่ำเสมอเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน และไม่มีตอนฟื้นที่เพียงพอ ความเครียดอาจจะเริ่มสะสมจนส่งผลต่อร่างกาย อารมณ์ ความคิด ปรึกษานักจิตวิทยา ความเครียด การกระทำ การนอน การทำงาน และความสัมพันธ์ได้
ความเครียดสะสมเป็นยังไง
ความเครียดสะสม คือภาวะที่ร่างกายและจิตใจจำเป็นต้องเผชิญแรงกดดันสม่ำเสมอเป็นเวลานาน จนถึงระบบการฟื้นฟูสภาพตามเดิมเริ่มไม่เพียงพอ ความเครียดประเภทนี้อาจมิได้มีเหตุที่เกิดจากเรื่องราวใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่อาจเป็นเพราะเนื่องจากภาระเล็กๆหลายเรื่องที่สะสมต่อเนื่อง อาทิเช่น งานที่กดดัน ความรับผิดชอบในครอบครัว ปัญหาด้านการเงิน ความเชื่อมโยง การศึกษา หรือการพักผ่อนหย่อนใจน้อยเกินไป
บ้างครั้ง ความเครียดอาจยังคงมีผลต่อร่างกายและจิตใจหากแม้แรงกระตุ้นมิได้อยู่ตรงหน้าแล้ว เป็นต้นว่า การคิดวนถึงปัญหาเดิม ความรู้สึกไม่สบายใจล่วงหน้า หรือความจำเกี่ยวกับเรื่องที่บีบคั้น ความเครียดสะสม หรือ chronic stress บางทีอาจดำเนินต่อได้ถึงแม้ สิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นความเครียด หรือ stressor ไม่ได้อยู่ตรงหน้าโดยตรง เนื่องจากว่าความจำหรือการนึกถึงสิ่งนั้นสามารถทำให้ผลพวงดำเนินต่อได้
อาการหรือสัญญาณที่พึงสังเกต
อาการเครียดสะสม (https://www.mahajitnakhon.com/post/chronic-stress-symptoms)สามารถแสดงออกได้หลายด้าน ทั้งยังทางร่างกาย อารมณ์ ความนึกคิด แล้วก็ความประพฤติ บางคนอาจรู้สึกอ่อนล้าง่าย นอนไม่หลับ หรือเมื่อยบ่อย ระหว่างที่บางคนอาจแสดงออกผ่านความอารมณ์เสีย สมาธิลดน้อยลง อาการเครียดสะสม หรือมีความคิดว่าตัวเองไม่สามารถที่จะจัดการเรื่องเดิมๆได้เหมือนก่อน
(https://static.wixstatic.com/media/599d5afdcec7458e9a131b2189cfd232.jpg/v1/fill/w_567,h_378,al_c,q_80,usm_0.66_1.00_0.01,enc_avif,quality_auto/599d5afdcec7458e9a131b2189cfd232.jpg)
สัญญาณที่ควรสังเกต ตัวอย่างเช่น:
- เมื่อยล้าง่าย ถึงแม้พักและยังรู้สึกไม่สดชื่น
- นอนไม่หลับ หลับยาก ตื่นช่วงดึก หรือนอนมากไม่ปกติ
- ปวดศรีษะ ปวดคอ บ่า ไหล่ หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย
- ใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ทั่วท้อง หรือรู้สึกตึงในร่างกาย
- สมาธิต่ำลง ปฏิบัติงานช้าลง หรือตกลงใจยากขึ้น
- รำคาญง่าย อารมณ์ไว หรือรู้สึกข่มอารมณ์ได้ยาก
- คิดวนซ้ำเกี่ยวกับปัญหาเดิมๆ
- รู้สึกบีบคั้นตลอดเวลา หากแม้อยู่ในตอนที่ควรพัก
- เบื่อ ไม่ได้อยากทำสิ่งที่เคยทำได้ตามปกติ
- กินมากเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงจากเดิม
- หลีกเลี่ยงคน งาน หรือสถานการณ์ที่เคยต่อกรได้
- มีความรู้สึกว่าร่างกายรวมทั้งใจอยู่ในภาวะ "ตึง" ตลอดเวลา
เครียดสะสมแตกต่างจากความเครียดทั่วๆไปเช่นไร
ความเครียดทั่วไปมักเกิดขึ้นเมื่อมีเรื่องราวหรือแรงกดดันเฉพาะหน้า อย่างเช่น งานเร่ง การสอบ การประชุมสำคัญ หรือการตัดสินใจที่มีผลต่อต่อชีวิต เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป ร่างกายและจิตใจมักค่อยๆกลับสู่ภาวะธรรมดา
แต่ ความเครียดสะสม มักเกิดขึ้นเมื่อแรงกดดันดำเนินสม่ำเสมอเป็นระยะเวลานาน หรือกำเนิดซ้ำจนร่างกายและจิตใจไม่ว่างฟื้นตัวพอเพียง อาการจึงอาจมิได้หายไปง่ายหากแม้จบงานหนึ่งไปแล้ว เนื่องจากยังมีแรงกดดันอื่นรออยู่ หรือมีความรู้สึกไม่สบายใจที่ยังดำเนินต่อในความนึกคิด
ความเครียดสะสมมีผลต่อชีวิตประจำวันยังไง
ความเครียดสะสมบางทีอาจส่งผลต่อชีวิตหลายด้าน ไม่ใช่เฉพาะความรู้สึกเครียดในใจเท่านั้น แต่ว่ารวมถึงร่างกาย งาน ความเกี่ยวพัน แล้วก็การดูแลตนเอง
ผลต่อสภาพทางด้านร่างกาย
ร่างกายบางทีอาจอยู่ในภาวะตื่นตัวต่อเนื่อง ก่อให้เกิดอาการ อาทิเช่น ปวดศรีษะ กล้ามตึง เจ็บท้อง ใจสั่น อ่อนล้า บำบัดความเครียด หรือคุณภาพการนอนลดน้อยลง ถ้าเกิดไม่ได้รับการจัดการ ความเครียดเรื้อรังบางทีอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาด้านสุขภาพหลายด้าน ความเครียดที่มิได้รับการจัดการอาจเกี่ยวพันกับปัญหาสุขภาพ อย่างเช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเส้นโลหิตสมอง โรคอ้วน และเบาหวาน
ผลต่ออารมณ์แล้วก็ความคิด
ผู้ที่มีความเครียดสะสมบางทีอาจรู้สึกรำคาญง่าย กังวล คิดวน สมาธิน้อยลง หรือรู้สึกว่าจัดแจงเรื่องเล็กๆได้ยากกว่าปกติ ความเครียดเรื้อรังสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาที่เกิดขึ้นทางร่างกายและจิตใจหลายด้าน ตัวอย่างเช่น anxiety, depression, sleep problems แล้วก็ memory/concentration impairment
ผลต่อการทำงานหรือการศึกษา
ความเครียดสะสมอาจจะเป็นผลให้สมรรถนะน้อยลง แม้บุคคลยังปฏิบัติงานหรือศึกษาต่อไปได้ อาจมีอาการอาทิเช่น ปฏิบัติงานช้าลง พลาดรายละเอียดง่ายดายมากยิ่งขึ้น ตัดสินใจยากขึ้น หรือรู้สึกไม่มีแรงก่อนเริ่มงาน
ผลต่อความเกี่ยวข้อง
เมื่อร่างกายและหัวใจอยู่ในภาวะตึงตลอด บุคคลอาจมีความทรหดอดทนลดน้อยลง รำคาญง่าย ไม่ได้อยากคุย หรือสื่อสารกับคนรอบตัวได้ยากขึ้น ส่งผลให้ความสัมพันธ์กำเนิดความเข้าใจผิดหรือความตึงเครียดซ้ำ
ผลต่อพฤติกรรมการดูแลตัวเอง
บางบุคคลอาจเริ่มรับประทานไม่ตรงเวลา นอนไม่ตรงเวลา ดื่มคาเฟอีนมากยิ่งขึ้น ใช้สารบางสิ่งเพื่อผ่อนคลาย หรือหลีกเลี่ยงงานและคนรอบกาย ซึ่งอาจส่งผลให้วงจรความเครียดดำเนินต่อไป
การปรึกษาและจิตบำบัดช่วยอะไรได้บ้าง
การปรึกษาหารือและขอคำแนะนำและก็จิตบำบัดสามารถช่วยทำให้ผู้รับบริการทำความเข้าใจความเครียดสะสมอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงเห็นว่า "เครียดเพราะเหตุว่างานมาก" แม้กระนั้นตรวจสอบว่าความเครียดเกี่ยวเนื่องกับต้นสายปลายเหตุใดบ้าง อย่างเช่น ต้นแบบความนึกคิด ความหวังต่อตัวเอง ขอบเขตชีวิต ความสัมพันธ์ การพักผ่อน รวมทั้งแนวทางรับมือที่ใช้ในปัจจุบัน
ข้อความสำคัญที่การขอคำแนะนำและก็จิตบำบัดอาจช่วยได้ เป็นต้นว่า:
- ตรวจที่มาของความเครียดและปัจจัยที่ทำให้อาการดำรงอยู่
- ทำความเข้าใจแบบอย่างความคิดที่เพิ่มแรงกดดัน เป็นต้นว่า ต้องทำให้เพอร์เฟ็ค หรือกลัวทำให้บุคคลอื่นผิดหวัง
- พิจารณาสัญญาณทางร่างกายและอารมณ์ก่อนอาการร้ายแรงขึ้น
- วางแผน coping strategies อาการเครียดสะสม ที่เหมาะกับบริบทชีวิตจริง
- ฝึกการตั้งขอบเขตกับงาน ความสัมพันธ์ หรือความรับผิดชอบ
- เรียบเรียงการพักผ่อนหย่อนใจ การฟื้นตัว รวมทั้งการดูแลตัวเอง
- ตรวจสอบผลกระทบของความเครียดต่อความเกี่ยวเนื่องแล้วก็การติดต่อสื่อสาร
- ประเมินว่าความเครียดเกี่ยวพันกับ anxiety, depression, burnout หรือสภาวะอื่นร่วมด้วยหรือเปล่า
- ไตร่ตรองการส่งต่อแพทย์หรือจิตแพทย์ หากมีลักษณะร้ายแรงหรือมีความจำเป็นทางการแพทย์
หากคุณอยากคุยกับนักจิตวิทยาเกี่ยวกับความเครียดสะสม ความรู้สึกกลุ้มอกกลุ้มใจ หรือภาวการณ์ทางจิตใจที่เริ่มส่งผลต่อชีวิตประจำวัน
คำถามที่พบบ่อย
- ความเครียดสะสมแตกต่างจาก burnout อย่างไร
ความเครียดสะสมหมายความว่าภาวะที่ร่างกายและจิตใจเผชิญแรงกดดันตลอดเป็นระยะเวลานาน ส่วน burnout มักเกี่ยวข้องกับความอ่อนแรงล้าทางอารมณ์ ความรู้สึกหมดแรงจูงใจ และความรู้สึกห่างหรือหมดความหมายกับงานหรือความรับผิดชอบบางสิ่งบางอย่าง ทั้งคู่สภาวะบางทีอาจเกี่ยวข้องกันได้ แม้กระนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเหมือนกันทุกกรณี
- นอนไม่หลับเพราะว่าเครียดควรทำอย่างไร
ถ้านอนไม่หลับเป็นบางโอกาส อาจจะเริ่มจากการสังเกตเหตุที่กระตุ้นความเครียด ลดสิ่งเร้าก่อนนอน และก็จัด routine การนอนให้สม่ำเสมอ แต่ว่าถ้าเกิดนอนไม่หลับตลอด กระทบการทำงาน หรือมีลักษณะวิตก/ซึมเศร้าร่วมด้วย ควรใคร่ครวญเจอผู้ชำนาญเพื่อประเมินอย่างเหมาะควร
- เครียดสะสมทำให้ไม่สบายทางกายได้ไหม
ความเครียดที่มิได้รับการจัดการบางทีอาจเกี่ยวข้องกับอาการทางร่างกายหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น ปวดหัว กล้ามเนื้อตึง ปัญหาเกี่ยวกับการนอน ปัญหาที่เกิดขึ้นทางเดินอาหาร หรือความอ่อนแรงล้า และก็ในระยะยาวอาจสโมสรกับความเสี่ยงด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพบางสิ่งบางอย่าง จะต้องดูแลทั้งทางด้านร่างกายและทางด้านจิตใจร่วมกัน
- ควรต้องมีลักษณะอาการหนักก่อนถึงจะขอคำแนะนำนักจิตวิทยาไหม
ไม่จำเป็นที่จะต้องรอคอยให้อาการร้ายแรงที่สุดก่อนจึงค่อยขอร้อง ถ้าเกิดความเครียดเริ่มกระทบการใช้ชีวิต งาน ความข้องเกี่ยว การนอน หรือทำให้รู้สึกว่าจัดการผู้เดียวได้ยาก การปรึกษานักจิตวิทยาบางทีอาจช่วยให้เข้าใจสถานการณ์รวมทั้งวางวิธีในการดูแลตนเองได้เหมาะสมขึ้น
(https://static.wixstatic.com/media/804c18c8464044daa438b6b945afad94.jpg/v1/fill/w_561,h_374,al_c,q_80,usm_0.66_1.00_0.01,enc_avif,quality_auto/804c18c8464044daa438b6b945afad94.jpg)
- นักจิตวิทยาช่วยเรื่องความเครียดสะสมได้ยังไง
นักจิตวิทยาสามารถช่วยประเมินภาพรวมของความเครียด ตรวจสอบแบบอย่างความนึกคิด อารมณ์ การกระทำ รวมทั้งวิธีรับมือที่เกี่ยวโยง รวมถึงช่วยวางแผนดูแลตัวเองอย่างเป็นระบบ หากมีลักษณะรุนแรงหรือจำต้องได้รับการดูแลด้านการแพทย์ อาจแนะนำให้พบแพทย์หรือจิตแพทย์ร่วมด้วย
- ขอความเห็นออนไลน์ได้ไหม
ได้ ถ้าหากเหมาะสมกับกรณีของผู้รับบริการ การปรึกษาหารือและขอคำแนะนำออนไลน์อาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทาง อยู่ต่างจังหวัด หรืออยากเริ่มจากพื้นที่ที่เคยชิน อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าหากมีการเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรืออาการร้ายแรง บางทีอาจจะต้องพิเคราะห์รูปแบบการดูแลที่เหมาะสมกว่า
สอบถามและอ่านรายละเอียด บำบัดความเครียด ได้ที่ >> https://www.mahajitnakhon.com/post/chronic-stress-symptoms (https://www.mahajitnakhon.com/post/chronic-stress-symptoms)