หมดไฟในการทำงาน หมดไฟ Burnout เป็นยังไง? อาการ มูลเหตุ และก็แนวทางในการดูแลพื้นฐาน | Mahajitnakhon
(https://static.wixstatic.com/media/e4f607_6518c3cd21c54d87874500db18595ef2~mv2.png/v1/fill/w_591,h_591,al_c,q_85,usm_0.66_1.00_0.01,enc_avif,quality_auto/e4f607_6518c3cd21c54d87874500db18595ef2~mv2.png)
ในวันที่การทำงานจำต้องรับผิดชอบหลายสิ่งหลายอย่างพร้อมกัน การติดต่อเรื่องงานเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หรือเราคิดว่าต้องเพียรพยายามทำให้ดีอยู่ตลอด หลายคนอาจจะเริ่มต้นรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยหน่าย เหนื่อยดึงดูดใจ หรือรู้สึกว่า "ไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว" จนเกิดปัญหาว่า นี่เป็นเพียงแต่ความอ่อนเพลียจากการทำงาน หรือกำลังไปสู่สภาวะ หมดไฟ Burnout กันแน่
ภาวการณ์หมดไฟเป็นประสบการณ์ที่เกี่ยวโยงกับความเครียดจากการทำงานที่เกิดขึ้นโดยตลอดแล้วก็จัดแจงได้น้อยเกินไป โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้แจง Burnout ใน ICD-11 ว่าเป็น การเกิดจากบริบทการทำงาน (occupational phenomenon) ไม่ได้จัดเป็นโรคทางการแพทย์โดยตัวมันเอง และก็มีลักษณะสำคัญ 3 ด้าน อาทิเช่น ความรู้สึกหมดพลังหรือเหนื่อย การมีระยะห่างทางใจจากงานหรือมีทัศนคติเชิงลบต่อการทำงาน รวมทั้งความรู้สึกว่าสมรรถนะสำหรับในการดำเนินงานต่ำลง
บทความนี้จะช่วยทำให้เข้าใจว่า หมดไฟ Burnout เป็นยังไง มีลักษณะยังไง มีต้นเหตุที่เกิดจากอะไร แล้วก็ควรดูแลตัวเองเบื้องต้นยังไง โดยข้อมูลทั้งปวงเป็นความรู้ทั่วๆไป ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ตัวเอง ถ้าเกิดมีอาการตลอดหรือมีผลต่อชีวิตเป็นอย่างมาก ควรเสวนากับผู้เชี่ยวชาญด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต
หมดไฟ Burnout เป็นยังไง
Burnout หรือภาวะหมดไฟ เป็นภาวการณ์ที่เกิดจากความเครียดสำหรับการดำเนินการที่สะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่อความเครียดนั้นไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะควร จนถึงเริ่มส่งผลต่อพลังงาน ทัศนคติที่มีต่องาน รวมทั้งความรู้สึกว่าตัวเองสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือเปล่า World Health Organization
สิ่งจำเป็นคือ Burnout มิได้แสดงว่า "ขี้เกียจ" หรือ "ไม่เก่งเพียงพอ" เพราะในหลายสาเหตุ คนที่หมดไฟบางทีอาจเป็นคนที่ทุ่มเทกับงานเป็นอย่างมากเป็นระยะเวลานาน บำบัด Burnout กระทั่งทรัพยากรทางกายแล้วก็จิตใจถูกใช้ไปมากกว่าที่จะฟื้นฟูได้ทัน
ลักษณะสำคัญของ Burnout ออกเป็น 3 ด้าน เป็นต้นว่า
- หมดพลังและล้า รู้สึกไม่มีแรง แม้ว่าจะได้พักและยังรู้สึกอิดโรยกับการทำงาน
- มีระยะห่างทางจิตใจจากงานเพิ่มมากขึ้น อาจรู้สึกเบื่อ รำคาญ ต้านทาน หรือมองดูงานในทางลบมากกว่าที่เคย
- มีความคิดว่าสมรรถนะในการดำเนินการลดลง ได้แก่ ทำงานได้ช้าลง สมาธิน้อยลง หรือคิดว่าตัวเองทำอะไรได้ไม่ดีเหมือนเดิม
(https://static.wixstatic.com/media/nsplsh_15bb8dab3eb04798a58b39196985b5ce~mv2.jpg/v1/fill/w_556,h_391,al_c,q_80,usm_0.66_1.00_0.01,enc_avif,quality_auto/nsplsh_15bb8dab3eb04798a58b39196985b5ce~mv2.jpg)
อย่างไรก็ดี การเหนื่อยจากงานเป็นครั้งคราวมิได้หมายความว่าพวกเรากำลังหมดไฟเสมอไป สิ่งที่ควรจะให้ความใส่ใจเป็น รูปแบบของอาการ ความเกี่ยวเนื่อง แล้วก็ผลพวงที่เกิดขึ้นกับชีวิต
หมดไฟ Burnout แตกต่างจากสภาวะใกล้เคียงเช่นไร
คำว่า "หมดไฟ" ในชีวิตประจำวันมักถูกใช้กว้างกว่าความหมายด้านวิชาการของ Burnout โดยเหตุนั้นก็เลยไม่ควรนำอาการเพียงแค่ไม่กี่ข้อมาใช้สรุปว่าตนเองกำลังเป็นภาวะใด
- Burnout กับความเครียดจากการทำงาน
ความเครียดจากงานบางทีอาจเกิดขึ้นเป็นพักๆดังเช่น มีงานเร่งด่วน จำเป็นต้องรับผิดชอบโปรเจกต์ใหญ่ หรือมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งอาจดียิ่งขึ้นเมื่อสถานการณ์คลี่คลายหรือได้รับเวลาพัก
แต่ว่า Burnout มักเกี่ยวพันกับ ความเครียดจากงานที่สะสมรวมทั้งจัดการมิได้อย่างมีคุณภาพเป็นเวลานาน จนถึงกำเนิดอีกทั้งความเหนื่อยล้า ระยะห่างทางจิตใจจากงาน ภาวะหมดไฟ แล้วก็ความรู้สึกว่าประสิทธิภาพสำหรับในการปฏิบัติงานลดน้อยลง World Health Organization
- Burnout กับสภาวะซึมเศร้า
Burnout มีบริบทเฉพาะเกี่ยวกับการทำงาน ขณะที่สภาวะซึมเศร้าเป็นภาวะสุขภาพจิตซึ่งสามารถส่งผลต่ออารมณ์ ความนึกคิด การกระทำ รวมทั้งการใช้ชีวิตในหลายบริบท ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องงาน
ในชีวิตจริงลักษณะของทั้งสองสภาวะอาจมีส่วนคล้ายคลึงกัน อาทิเช่น อ่อนล้า ไม่มีแรง สมาธิลดน้อยลง หรือหมดความพึงพอใจ จึงไม่ควรพากเพียรแยกด้วยตัวเองจากอาการเพียงไม่กี่ข้อ ถ้าเกิดความรู้สึกกลุ่มนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของชีวิตหรือมีความรุนแรงเยอะขึ้นเรื่อยๆ การคุยกันกับผู้ชำนาญจะช่วยประเมินภาพรวมได้สมควรกว่า
- Burnout กับความเหนื่อยทั่วๆไป
ทุกคนสามารถอ่อนล้าจากการทำงานได้ และการเมื่อยล้าไม่ได้หมายความว่ากำลังหมดไฟ
ความแตกต่างที่ควรสังเกตคือ ถ้าเกิดการพักผ่อนพอเพียงแล้วสามารถกลับมามีพลังรวมทั้งพอใจงานได้ตามธรรมดา อาจเป็นความอ่อนล้าตามสถานการณ์ แต่หากความเหนื่อยรวมทั้งความรู้สึกต่อต้านงานสะสมสม่ำเสมอกระทั่งกระทบชีวิต อาจเป็นสัญญาณที่ควรจะให้ความสำคัญมากขึ้น
สภาวะหมดไฟมีผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร
เมื่อความเครียดจากงานสะสมโดยตลอด ผลกระทบบางทีอาจมิได้หยุดอยู่แค่ในเวลาทำงาน
💼ด้านการทำงาน
อาจมีสมาธิต่ำลง ดำเนินงานช้าลง ความคิดริเริ่มน้อยลง หลีกเลี่ยงงานบางอย่าง หรือรู้สึกไม่มีแรงที่จะเริ่มของใหม่
♥️ด้านความเกี่ยวเนื่อง
เมื่อกำลังใจเหลือน้อย ความอดทนก็บางทีอาจลดน้อยลง ทำให้อารมณ์เสียง่ายหรือไม่มีพลังสำหรับเพื่อการสนทนากับคนใกล้ตัว บางบุคคลบางทีอาจกลับถึงบ้านแล้วไม่ได้อยากต้องการสื่อสารกับคนใด
🎋ด้านชีวิตส่วนตัว
กิจกรรมที่เคยทำเพื่อความสบายบางทีอาจถูกลดลงเรื่อย ความเครียดจากงาน เพราะเหตุว่ารู้สึกว่า "ไม่มีเวลา" หรือ "หมดแรง"
เมื่อเป็นแบบนี้ ชีวิตอาจเบาๆเหลือเพียงแค่วงจร ทำงาน → อ่อนล้า → พักเพื่อทำงานต่อ → กลับไปปฏิบัติงานอีกรอบ
😌ความรู้สึกต่อตัวเอง
คนที่หมดไฟบางคนอาจจะเริ่มต้นดูตนเองในด้านลบ ยกตัวอย่างเช่น มีความรู้สึกว่าตนเองไม่มีสมรรถนะ ไม่เก่งเพียงพอ หรือเปล่าสามารถจัดการชีวิตได้ ทั้งๆที่ปัจจัยนิดหน่อยอาจมาจากภาระหน้าที่และก็สิ่งแวดล้อมที่มากเหลือเกิน
ด้วยเหตุดังกล่าวการดูแล Burnout ก็เลยไม่ควรมีเพียงแค่ข้อเสนอแนะว่า "จะต้องพักผ่อนให้มากขึ้นเรื่อยๆ" แม้กระนั้นควรจะไตร่ตรองด้วยว่า อะไรทำให้พวกเราจำต้องใช้พลังมากจนเกินความจำเป็นตั้งแต่ต้น
การปรึกษาขอคำแนะนำกับนักจิตวิทยาหรือแนวทางการทำจิตบำบัดสามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับในการทำความเข้าใจว่า "อะไรทำให้เราหมดไฟ" มากยิ่งกว่าการพยายามบังคับตัวเองให้กลับมาขยันดังเดิม
(https://static.wixstatic.com/media/11062b_e837b962ac2245408c0daff3f9cd5562~mv2.jpg/v1/fill/w_655,h_437,al_c,q_80,usm_0.66_1.00_0.01,enc_avif,quality_auto/11062b_e837b962ac2245408c0daff3f9cd5562~mv2.jpg)
สำหรับการปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญบางทีอาจช่วยให้พวกเรา
- ตรวจสอบความเครียดรวมทั้งต้นเหตุที่กำลังมีผลต่อจิตใจ
- ทำความเข้าใจแบบความนึกคิดและก็พฤติกรรมที่อาจจะเป็นผลให้ความเครียดสะสม
- ทำความเข้าใจวิธีจัดการอารมณ์รวมทั้งความเครียดที่เหมาะสมกับตนเอง
- ทวนขอบเขตระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว
- พัฒนาแนวทางรับมือกับความหวัง แรงกดดัน หรือความไม่ลงรอยกัน
- เห็นโอกาสสำหรับการปรับพฤติกรรมและก็สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
สิ่งจำเป็นเป็น การดูแลสภาวะหมดไฟ (https://www.mahajitnakhon.com/post/burnout)ไม่สมควรโยนความรับผิดชอบทั้งปวงกลับไปที่ตัวบุคคล เช่น บอกว่า "จะต้องคิดบวก" หรือ "ต้องบริหารเวลาให้เก่งขึ้น" เพราะว่าบางเวลาปัญหาอาจเกี่ยวกับระบบงาน จำนวนงาน วัฒนธรรมหน่วยงาน หรือแบบการจัดการด้วย
หากคุณอยากคุยกับนักจิตวิทยาเกี่ยวกับความเครียด ความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการขอความเห็นและก็จิตบำบัดรายตัว
สอบถามและอ่านรายละเอียด ความเครียดจากงาน ได้ที่ >> https://www.mahajitnakhon.com/post/burnout (https://www.mahajitnakhon.com/post/burnout)